Powered By Blogger

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

เซอร์จวกเด็กผีเล่นเนือยปล่อยยาย่าทะลวงตาข่าย



        เป็นเซอร์ก็เซ็ง! เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่ายหน้าบอกบุญไม่รับ ด่าเปิงเด็กผีเล่นเนือยไม่เข้าเรื่องช่วงต้นครึ่งหลัง เลยเปิดช่องให้ ยาย่า ตูเร่ หลุดเข้าไปสอยทวารเบิกบานใจ ส่งผล "ปีศาจแดง" วืด 3 แชมป์เรียบร้อย บ่นซ้ำอีกดอก หาก ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ซัดตุงตาข่ายตั้งแต่ครึ่งแรก ป่านนี้จบข่าวนอนฝันฟัน "ทริปเปิ้ลแชมป์" สบายแฮ


        เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกปากตำหนิแนวรับที่เล่นเฉื่อยเนือยไม่เข้าเรื่อง จนเป็นเหตุให้ ยาย่า ตูเร่ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อริร่วมเมือง ทะลุเข้าไปยิงประตูชัย 1-0 ในนาทีที่ 52 ถีบส่ง "ปีศาจแดง" ตกรอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ไปอย่างเจ็บปวด เมื่อวันเสาร์ที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ สนาม เวมบลีย์ พร้อมกับเป็นการดับฝันการครอง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ในฤดูกาลนี้ไปโดยปริยาย

        "เฟอร์กี้" กล่าวผ่าน "เอ็มยูทีวี" สถานีโทรทัศน์ของสโมสรว่า "15 นาทีแรกของครึ่งหลัง สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับเกมของเรา มันเป็นช่วงเวลาที่เฉื่อยเนือยกันไปหมด เอ็ดวิน (ฟาน เดอร์ ซาร์) เตะออกมาไม่ดี ไมเคิ่ล คาร์ริค ครองบอลไว้ไม่อยู่แล้วมันก็เลยกลายเป็นประตู จากนั้นพวกเขาก็ตั้งรับล้วนๆ ยกเว้นแค่จังหวะโต้กลับ 2 ครั้งเท่านั้น มันน่าผิดหวัง เพราะเราน่าจะออกนำไปตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว เพราะเราเป็นทีมที่ดีกว่า"

        "โอกาสที่ ดิมิทาร์ (เบอร์บาตอฟ) พลาดไปนั้น เป็นการป้องกันขั้นสุดยอดของผู้รักษาประตู แต่โอกาสหนสองนั้น มันอยู่ใต้คานแล้วแท้ๆ ถ้าเขายิงเข้าไป ผมก็คงอดคิดไม่ได้ว่า ฝ่ายไหนก็ตามที่ยิงได้ก่อน ฝ่ายนั้นจะชนะ" บรมกุนซือ "เร้ด เดวิลส์" ทิ้งท้าย

โด้,เมสซี่ซัดโทษ!ชุดขาว10ตัวตีเจ๊าบาร์ซ่า1-1



        คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบทสังหารจุดโทษช่วย "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ที่เหลือ 10 คน เปิดบ้านไล่ตีเสมอ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า 1-1 โดยทีมเยือนออกนำก่อนจากจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี่ ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละแต้ม บาร์ซ่ามี 85 คะแนน ห่างชุดขาวที่มี 77 คะแนนอยู่ 8 แต้มเท่าเดิม แต่เหลือแมตช์การแข่งขันเพียงแค่ 6 นัด บาร์ซ่าจ่อคว้าแชมป์ลา ลีกา เป็นสมัยที่สามติดต่อกันเต็มที

ฟุตบอลลา ลีกา สเปน
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2554
เรอัล มาดริด   1 - 1   บาร์เซโลน่า

สนาม: เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, มาดริด   ผู้ชม: 80,000 คน

        ศึกใหญ่ "เอล กลาซิโก้" ที่เบร์นาเบว "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ต้องขาด เอสเตบัน กราเนโร่ มิดฟิลด์ตัวสำรองที่ติดโทษแบน แต่ได้ คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าตัวหลักชาวฝรั่งเศส หายเจ็บเข่ากลับมาลงสนาม

        ในแดนกลางดร็อป เมซุต โอซิล ตัวรุกทีมชาติเยอรมัน เป็นแค่สำรองแล้วให้ เปเป้ ขึ้นมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับร่วมกับ ชาบี อลอนโซ่ และ ซามี่ เคห์ดิร่า โดยเกมรุกให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวซัลโวประจำทีมที่ซัดไปแล้ว 28 ประตู ลงสร้างเกมร่วมกับ อังเคล ดิ มาเรีย ส่วนหัวหอกตัวเป้าเป็น คาริม เบนเซม่า

        ทางด้าน บาร์เซโลน่า จ่าฝูงนำห่าง เรอัล มาดริด อยู่ถึง 8 แต้ม เกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ มิดฟิลด์ตัวรับชาวอาร์เจนไตน์ ที่ติดโทษแบน รวมทั้ง โบยาน เกร์กิช ที่เจ็บเข่าซ้ายต้องพักราว 2 เดือน แต่ได้ บิคตอร์ บัลเดส ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง และ เซร์คิโอ บุสเก็ตต์ ดาวรุ่งสารพัดประโยชน์ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีม พร้อมได้ การ์เลส ปูโยล กัปตันทีมวัย 33 ปี ลงมาคุมแนวรับ

        สามประสานแดนหน้าส่ง ลิโอเนล เมสซี่ ดาวซัลโวสูงสุดของลีกเวลานี้ 29 ประตู ลงล่าตาข่ายร่วมกับ ดาบิด บีย่า และ เปโดร โรดริเกซ

        ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้ 9 นาที คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันฟรีคิกด้วยขวาแต่บอลไปเข้าซองของ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารบาร์ซ่า ที่ยืนดันทางไว้ได้สวย

        เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 18 บาร์ซ่า ได้โอกาสบ้างจากจังหวะที่ อันเดรส อิเนียสต้า เปิดบอลให้กับ เมสซี่ กระดกด้วยซ้าย แต่ติดมือของ อีเกร์ กาซียาส นายทวารเรอัล มาดริด

        สามนาทีต่อมา เรอัล ได้ลูกเตะมุม ดิ มาเรีย เปิดเข้ากลางถูก ปูโยล สกัดออกมาได้ บอลมาเข้าทางของ อลอนโซ่ ไหลต่อให้กับ เบนเซม่า ลากเข้าในเขตแล้วยิงเรียด บัลเดส นายทวารบาร์ซ่า รับบอลหลุดออกหลังไป

        ผ่านมา 26 นาที บาร์ซ่า เกือบได้จุดโทษ เมื่อ เมสซี่ ไหลขึ้นหน้าให้กับ ดาบิด บีย่า สปีดตามบอลเข้าไปชนกับ อีเกร์ กาซียาส นายทวารเจ้าบ้านที่ออกมารับบอล แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกเตะออกมาจากประตู โดยจังหวะนี้ เคราร์ด ปิเก้ เข้ามาประท้วงผู้ตัดสินที่ไม่ให้จุดโทษ เลยโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ

        ครึ่งชั่วโมงของเกม อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของชุดขาว เลื้อยเข้าไปทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบออกไป

        ข้ามมานาที 33 เรอัล โต้เร็วขึ้นมามีลุ้นจากจังหวะที่ มาร์เซโล่ ผ่านบอลให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จับบอลจังหวะแรกไม่ดีเลยโดน อาเดรียโน่ คอร์เรอา แบ็คซ้ายบาร์ซ่า ตามมาสไลด์ทิ้งไว้ได้ทัน ก่อนที่ โรนัลโด้ จะได้ยิง 

        สามนาทีต่อมา เจ้าบ้านได้ลุ้นจากจังหวะที่ มาร์เซโล่ วิเอยโร่ วิเอยร่า ยิงจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งเข้ากรอบ ทว่า บิคตอร์ บัลเดส รับไว้ได้ไม่ยาก

        ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที ทีมเยือนจากคาตาลัน ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลีโอเนล เมสซี่ ทำชิ่งกับ ดาบิด บีย่า ก่อนที่จะคืนบอลให้กับ เมสซี่ กระชากมาทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วซัดด้วยซ้ายทันที แต่ว่า อีเกร์ กาซิยาส นายทวารเรอัล ชกบอลออกมาได้

        เกมแลกกันสนุก นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ราชันชุดขาว น่าจะได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ อังเคล ดิ มาเรีย เปิดมุมจากกราบขวามาเสาสองให้กับ เซร์คิโอ รามอส โหม่งย้อนมาเสาแรกให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดดโขกบอลขจะเข้าอยู่แล้ว แต่ว่า อาเดรียโน่ คอร์เรอา แบ็คบาร์ซ่า ที่ตามลงมาโหม่งสกัดก่อนข้ามเส้นประตูได้ทัน หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

        กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้ 4 นาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อน เมื่อ อาเดรียโน่ ไปผลัก โรนัลโด้ ล้มลง ผู้ตัดสินชี้เป็นฟรีคิกทันที โรนัลโด้ กดด้วยขวาบอลพุ่งแรงไปชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ บัลเดส หมดโอกาสไปแล้ว

        อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 52 บาร์ซ่า มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ราอูล อัลบิโอล กองหลังเจ้าถิ่นไปเข้าบอลผิดพลาดเลยโดน ดาบิด บีย่า ชิงเหลี่ยมได้ ทำให้ อัลบิโอล ต้องใช้แขนดึง บีย่า ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รีรอชักใบแดงไล่ อัลบิโอล ออกจากสนาม พร้อมกับเป่าเป็นจุดโทษด้วย ทำให้ เรอัล เหลือผู้เล่นแค่ 10 ราย จากลูกจุดโทษ ลิโอเนล เมสซี่ สังหารด้วยซ้ายเข้ากลางประตูไปช่วยให้ บาร์ซ่า นำก่อน 1-0 และเป็นประตูที่ 30 ของเมสซี่ ในลีก นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดต่อไป

        เรอัล มาดริด ต้องแก้เกมแล้วส่ง เมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเยอรมัน ลงมาเล่นแทน คาริม เบนเซม่า ในนาทีที่ 56 ส่วน บาร์ซ่า ถอด การ์เลส ปูโยล ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากำเริบออกจากสนามแล้วส่ง เซย์ดู เกอิต้า ลงเล่นแทนในสองนาทีให้หลัง

        บาร์ซ่า น่าได้ประตูที่สองเหมือนกันในนาที 61 เมื่อ เปโดร โรดริเกซ จ่ายตัดหลังมาให้กับ ชาบี เอร์นานเดซ ปั่นด้วยขวาบอลโค้งไปชนคานบนออกหลังไป

        จากจังหวะสวนกลับของเรอัล บอลมาถึง อังเคล ดิ มาเรีย ยิงด้วยซ้ายข้ามคานไปในนาที 65

        นาทีต่อมา เจ้าบ้านได้ลุ้นอีก คาร์วัลโญ่ ปั่นไซด์ก้อยเข้ามา ปิเก้ ลอยตัวเตะออกหลังไป จากลูกเตะมุม รามอส โขกย้อนให้กับ เปเป้ แปหลุดเสาไปนิดเดียวเท่านั้น

        มาถึงนาทีที่ 66 เรอัล เปลี่ยนเอา เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลงมาเล่นเป็นหัวหอกตัวเป้าแล้วถอด ชาบี อลอนโซ่ ออกมาพัก พร้อมกับส่ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว ลงเล่นแทน ดิ มาเรีย ส่วนบาร์ซ่า ให้ อิบราฮิม อเฟลลาย เล่นแทน เปโดร โรดริเกซ ในแดนหน้า

        ทีมเยือนขึ้นเกมรุกมาทาง เมสซี่ พลิ้วหลบผู้เล่นเรอัล มาได้ ก่อนจ่ายออกซ้ายให้กับ ดาบิด บีย่า แปไปตรงตัว กาซียาส นายทวารเรอัล ในนาที 70

        นาที 82 เป็นคราวของเจ้าถิ่นชุดขาวได้เฮบ้างเมื่อทำประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ดาเนียล อัลเวส ทำฟาวน์ มาร์เซโล่ วิเอยร่า ในเขตโทษ กรรมการเป่าให้จุดโทษทันที และเป็น โรนัลโด้ แปบอลผ่านมือ บัลเดส เข้าไปตุงตาข่าย

        นาที 89 ชุดขาวที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่าเกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ อเดบายอร์ หลุดเดียวทางริมก่อนผ่านบอลย้อนมาให้ ซามี่ เคห์ดิร่า ซัดด้วยเท้าขวาระยะประมาณ 15 หลาหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเข้ากรอบ บัลเดสนายด่านบาร์ซ่ารับเอาไว้ได้

        ช่วงที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้อีกจบเกม บาร์เซโลน่า บุกยันเสมอ เรอัล มาดริด ที่เหลือแค่ 10 คนไป 1-1 แบ่งไปทีมละแต้มบาร์ซ่ามี 85 คะแนน ห่างชุดขาวที่มี 77 คะแนนอยู่ 8 แต้มเท่าเดิม แต่เหลือแมตช์การแข่งขันเพียงแค่ 6 นัด  บาร์ซ่าจ่อคว้าแชมป์ลา ลีกา เป็นสมัยที่สามติดต่อกันเต็มที

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

        เรอัล มาดริด :
อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) - เซร์คิโอ รามอส, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ราอูล อัลบิโอล, มาร์เซโล่ วิเอยร่า - ซามี่ เคห์ดิร่า, เปเป้, ชาบี อลอนโซ่ (เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ น.66) - อังเคล ดิ มาเรีย (อัลบาโร่ อาร์เบลัว น.67), คาริม เบนเซม่า (เมซุต โอซิล น.56), คริสเตียโน่ โรนัลโด้

        สำรองไม่ได้ใช้:
เยอร์ซี่ ดูเด็ค (ผู้รักษาประตู) - เอเซเกล การาย, กาก้า, กอนซาโล่ อิกวาอีน

        ใบเหลือง:
มาร์เซโล่ วิเอยร่า น.31, อัลบาโร่ อาร์เบลัว น.76

        ใบแดง:
ราอูล อัลบิโอล น.51

        บาร์เซโลน่า:
บิคตอร์ บัลเดส - ดาเนียล อัลเวส, เคราร์ด ปิเก้, การ์เลส ปูโยล (กัปตันทีม) (เซย์ดู เกอิต้า น.58), อาเดรียโน่ คอร์เรอา - ชาบี เอร์นานเดซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตต์, อันเดรส อิเนียสต้า - เปโดร โรดริเกซ (อิบราฮิม อเฟลลาย น.66), ลิโอเนล เมสซี่, ดาบิด บีย่า

        สำรอง:
โฆเซ่ มานูเอล ปินโต้ (ผู้รักษาประตู) - กาเบรียล มิลิโต้, แม็กซ์เวลล์, อันเดรว ฟอนตาส, ติอาโก้ อัลกานตาร่า  

        ใบเหลือง:
อาเดรียโน่ คอร์เรอา น.9, เคราร์ด ปิเก้ น.27, บิคตอร์ บัลเดส  น.82

        ผู้ตัดสิน:
มูนยิซ เฟร์นานเดซ

สรุปผลฟุตบอล ลาลีกา สเปน
- เคตาเฟ่ ชนะ เซบีย่า  1 - 0
- มาลาก้า ชนะ เรอัล มายอร์ก้า  3 - 0
- อัลเมเรีย แพ่ บาเลนเซีย  0 - 3
- เรอัล มาดริด เสมอ บาร์เซโลน่า  1 - 1

ผีฝันสลาย!ตูเร่ฮีโร่เรือซิวชัย1-0ลิ่วชิงฯเอฟเอ



        "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงกับฝันสลายที่จะคว้าสามแชมป์ในฤดูกาลนี้เสียแล้วเมื่อ ยาย่า ตูเร่ สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยช่วย "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนเก็บชัยสุดมันส์ 1-0 ทะลุสู่รอบชิงชนะเลิศทีมแรกในรอบ 20 ปี นัดนี้ ผีแดงเหลือผู้เล่น 10 คน โดย พอล สโคลส์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม


ฟุตบอล เอฟเอ คัพ 2010-11
รอบรองชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2554
แมนฯ ซิตี้ 1 - 0 แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม, ลอนดอน

     แมนฯ ซิตี้เพิ่งเสียฟอร์มในลีกนัดบุกไปแพ้ลิเวอร์พูลยับ 3-0 แถมเกมนี้ไม่มีคาร์ลอส เตเวซที่บาดเจ็บทำให้แว็งซ็องต์ กอมปานีได้รับภาระกัปตัน

     ขณะเดียวกัน ทีมเรือใบก็เลือกใช้บริการมาริโอ บาโลเตลลี่เป็นหัวหอกโทน และหวนกลับมาใช้งานบาโบล ซาบาเลต้าเป็น 11 ตัวแรกร่วมกับดาบิด ซิลบา และไนเจล เดอ ย็องก์
     ด้านแมนฯ ยูไนเต็ดไม่มีเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันคุมทีมเป็นนัดที่สี่จากโทษแบนห้านัดเช่นเดียวกับเวย์น รูนีย์ที่ติดโทษแบนเป็นเกมสุดท้ายจึงเป็นโอกาสของดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟโดยฮาเวียร์ เอร์นานเดซนั่งอยู่ข้างสนาม
     อย่างไรก็ดี ไรอัน กิ๊กส์หลุดไปจากโผทั้งตัวจริงและตัวสำรองโดยที่พอล สโคลส์ได้ออกสตาร์ต
     ผีแดงเน้นบุกก่อนโดยอาศัยนานี่เน้นจู่โจมทางฝั่งซ้ายกดดันซาบาเล ต้าอย่างต่อเนื่อง และน่าจะออกนำในนาทีที่ 15 เมื่อพาร์ค ชี ซองชิ่งบอลให้เบอร์บาตอฟหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษโดยไม่ล้ำหน้า แต่จังหวะเข่นจาก 10 หลาของดาวยิงบัลแกเรียถูกโจ ฮาร์ทขยับออกมาปัดได้เหลือเชื่อ
     นาทีต่อมา อสูรแดงน่าจะได้เฮอีกหนโดยนานี่ได้บอลแถวเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วโชว์ทักษะพลิก หนีตัวประกบได้สวยจึงป้ายบอลไปหน้าประตูให้เบอร์บาตอฟเข้าฮอสสามหลาโด่งออก ไปนิดเดียวเท่านั้น
     เกมยังตกเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ดข้างเดียว และนาทีที่ 25 จากลูกเตะมุมด้านขวา เนมานย่า วิดิชก็โดดโขกจากสิบ
หลา แต่สะบัดออกเสาสองไป
     กระทั่งนาทีที่ 32 แมนฯ ซิตี้จึงจะมีเสียวจากลูกโยนทางฝั่งขวาของซิลบาที่บาโลเตลลี่จับบอลหลุดเท้า แกเร็ธ แบร์รี่จึงจัดการเก็บตกที่เสาไกลส่งบอลกระทบหน้าต่าง
     สถานการณ์ของทีมเรือใบเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ และนาทีที่ 34 บาโลเตลลี่ลองกระทุ้งจาก 30 หลาทำเอาเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ต้องปัดข้ามคาน
     ผ่านมาอีกสามนาทีจากลูกเตะมุมด้านซ้ายของทีมเรือใบ โจลีออน เลสค็อตต์ก็ได้ยิงดีดด้วยหัวเกือกจาก 12 หลาโดยไม่มีใครประกบ แต่ส่งบอลโด่งออกไปอย่างน่าเสียดาย
     ท้ายครึ่งแรกเกมตกเป็นของแมนฯ ซิตี้อย่างเต็มตัว และนาทีที่ 43 ยาย่า ตูเร่ก็ลากบอลจากกลางสนามขึ้นไปตะบันระยะ 20 หลาถูกวิดิชแหย่ขาสกัดออกหลังได้ทัน
     และจากลูกเตะมุมสั้นด้านขวาจังหวะนี้ของทีมมหาเศรษฐี ซิลบาก็ป้ายเข้ากลางให้กอมปานีซัลโวจาก 25 หลาเฉี่ยวเสาไปแบบเส้นยาแดงผ่าสิบหก จบครึ่งแรกสกอร์ยังนิ่งอยู่ที่ 0-0
     เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ลุยก่อนทันที และในที่สุดนาทีที่ 52 ฟาน เดอร์ ซาร์ก็เตะบอลที่ถูกส่งคืนหลังไม่ดีไปติดซิลบา และแม้ปีกสแปนิชจะทำบอลหลุดเท้า แต่ไมเคิ่ล คาร์ริคก็เล่นพลาดเต็มๆจ่ายบอลขึ้นหน้าไปให้ยาย่า ตูเร่ลากเข้าเขตโทษแตะหนีวิดิชอีกด่านแล้วแปจากสิบหลาลอดขาฟาน เดอร์ ซาร์เข้าประตูพาเรือใบผงาดนำ 1-0
     ถึงตรงนี้ แมนฯ ซิตี้โหมบุกต่อหมายปลิดชีพปีศาจร้ายให้สนิท และสร้างปัญหาให้แผงหลังแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างต่อเนื่อง กระทั่งนาทีที่ 63 ซิลบาก็โยนบอลจากกราบซ้ายไปหน้าประตูแล้วเลสค็อตต์โถมโขกหกหลาเฉี่ยวเสาสอง ไปอย่างเฉียดฉิว
     ผีแเดงพยายามฮึดสู้ และอีกสองนาทีต่อมาซาบาเลต้าเข้าเสียบพาร์คกลิ้งหน้าเขตโทษจึงได้ใบเหลือง และจังหวะนี้แมนฯ ยูไนเต็ดก็เปลี่ยนเอร์นานเดซลงไปแทนอันโตนิโอ วาเลนเซียที่ไม่มีบทบาท
     จากลูกฟรีคิกระยะ 27 หลาของปีศาจแดง นานี่วิ่งเข้าปั้นแฉลบศีรษะของบาโลเตลลี่ที่ยืนร่วมเป็นกำแพงก่อนที่ฮาร์ทจะ ต้องกระโดดปัดบอลไปชนเสา
     นาทีที่ 68 บาโลเตลลี่ได้ใบเหลืองโทษฐานเข้ารวบคาร์ริค กระนั้นนาทีที่ 72 สโคลส์จอมเฟอะฟะก็สร้างความเสียหายให้ทีมอีกตามเคยเมื่อพุ่งเข้ายันใส่หน้า ขาซาบาเลต้าน่าเกลียดจนเห็นรอยแผลชัดเจนเลยได้ใบแดงเดินออกจากสนามทันที
     ถัดมาอีกสองนาที เร้ด เดวิลส์เปลี่ยนเบอร์บาตอฟออกให้อันแดร์สันลงบู๊ และแค่นาทีเดียวเดอ ย็องก์ก็เข้าสอยกองกลางแซมบ้าเลยโดนจดชื่อ
     ช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ดเดินหน้าแม้จะมีผู้เล่นน้อยกว่า และนาทีที่ 77 จากลูกเตะมุมด้านซ้ายที่ลอยข้ามฟากมา คาร์ริคก็ได้โอกาสยิงจาก 16 หลา แต่ปั่นเบาเป็นนุ่นเลยโดนฮาร์ทคว้าสบาย
     ถึงนาทีที่ 79 แมนฯ ซิตี้เปลี่ยนอดัม จอห์นสันออกโดยส่งฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ลงไปแทน แต่นาทีที่ 84 กอมปานีรวบพาร์คล้มไม่ให้ลากบอลหนีเลยรับใบเหลืองอีกรายก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ดจะส่งฟาบิโอ ดา ซิลวงลงเล่นแทนจอห์น โอเชเป็นไพ่ใบสุดท้าย
     ด้านแมนฯ ซิตี้เปลี่ยนผู้เล่นตามมาในนาทีที่ 86 ให้ปาทริค วิเอร่าแทนที่ซิลบา จากนั้นอีกสองนาทีปาทริซ เอวร่าก็กระชากบอลขึ้นฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษไปกระทุ้ง แต่บอลปะทะหน้าต่าง
     กระทั่งนาทีที่ 90 ทีมเรือใบก็โต้เร็วขึ้นทางซ้ายหลังผีแดงขึ้นเกมรุกแล้วพลาดโดยแบร์รี่ลากบอล ขึ้นไปจ่ายเข้าเขตโทษให้ยาย่า ตูเร่ปรี่เข้าชาร์จระยะสิบหลาถูกฟาน เดอร์ ซาร์ออกมาบล็อคทัน
     นาทีที่ 93 จากช่วงทดเวลาเจ็บห้านาที ไรท์ ฟิลลิปส์พลิกหนีตัวประกบที่เส้นหลังได้จึงจ่ายมาหน้าประตู แต่ฟาน เดอร์ ซาร์ออกมาตะครุบได้ก่อนจะโดนยาย่า ตูเร่เผด็จศึก  กระนั้นหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น แมนฯ ซิตี้ก็กำชัยได้ 1-0 ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่างโบลตันกับสโต๊ค  ทว่าหลังหมดเวลาบาโลเตลลี่ไปเยอะเย้ยใส่ริโอ เฟอร์ดินานด์จนเกือบมีเรื่อง สตาฟฟ์และขุนพลเรือใบจึงต้องช่วยกันเข้าไปฉุดกองหน้าผิวสีออกไป


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม


     แมนฯ ซิตี้ :
โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ไนเจล เดอ ยองก์, แกเร็ธ แบรี่, อดัม จอห์นสัน (ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ น.79), ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลวา (ปาทริค วิเอร่า น.86), มาริโอ บาโลเตลลี่

     สำรอง :
สจ๊วร์ต เทย์เลอร์, เดดริค โบยาต้า, เจมส์ มิลเนอร์, เอดิน เชโก้, โช อัลเวส


     แมนฯ ยูไนเต็ด :
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, จอห์น โอเช (ฟาบิโอ ดา ซิลวา น.84), ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช, ปาทริช เอวร่า, พาร์ค ชี-ซอง, พอล สโคลส์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, อันโตนิโอ วาเลนเซีย (ฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เอร์นานเดซ น.65), หลยุส์ นานี่, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (อันแดร์สัน น.74)

     สำรอง :
โทมัส คุสแซ็ค, ไมเคิ่ล โอเว่น, คริส สมอลลิ่ง, ดาร์รอน กิ๊บสัน


     ผู้ตัดสิน :
ไมค์ ดีน

ประมวลภาพหลังกมการแข่งขัน



"เขานี่แหละฮีโร่" ยาย่า ตูเร่ ออกอาการดีใจสุดๆ หลังซัดประตูโทนพาเรือลิ่วสู่รอบชิงฯ



"โชคไม่เข้าข้าง" นานี ปั่นฟรีคิก ถูก โจ ฮาร์ท ปัดไปชนคานพลาดทำประตูตีเสมอ




"ผมทำได้" โรแบร์โต้ มันชินี่ กับสีหน้าแสนดีใจที่พาแมนฯซิตี้เข้าใกล้ถ้วยแชมป์



"ทำดีที่สุดแล้ว" ไมล์ ฟีแลน สวมบทนายใหญ่ขอบสนามแทน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน



"ไร้น้ำใจ" เฟอร์ดินานด์จะเข้าไปเอาเรื่อง
บาโลเตลลี่ หลังจบเกมเด็กเกรียนเข้ามาเยาะเย้ย

 

"วันที่ไร้หมูบิน" เวย์น รูนีย์ ได้แต่นั่งเชียร์เพื่อนผีแดงข้างสนาม



เบอร์บาตอฟ กับจังหวะจบสกอร์มากมายที่ไม่สามารถทำได้จนต้องถูกถอดออก



"20 ปีที่รอคอย" แฟนเรือใบต้อรอนานถึง 20 ปี กว่าทีมรักจะเข้าชิงถ้วยเอฟเอคัพ



"ฝันสลาย" อารมณ์ที่แตกต่างของแฟนปีศาจที่อยู่ในอาการช็อกไม่หาย

วิดิชเร้าแข้งผีหันหน้าล่าแชมป์ลีกสมัย19แทน




<a href='http://siamsportadserver.org/adserver/www/delivery/ck.php?n=a4904455&cb=INSERT_RANDOM_NUMBER_HERE' target='_blank'><img src='http://siamsportadserver.org/adserver/www/delivery/avw.php?zoneid=29&cb=INSERT_RANDOM_NUMBER_HERE&n=a4904455' border='0' alt='' /></a>
        เนมานย่า วิดิช กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้เสียเวลาเปล่าหากจะมัวแต่เศร้า ผิดหวังกับเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนอดชิงเอฟเอ คัพ ยอมรับทีมเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน และพลาดตรงที่ใช้โอกาสในครึ่งแรกไม่ได้เองกระตุ้นเพื่อนตั้งสมาธิใหม่ ล่าแชมป์ลีกมาชดเชยแทน


        เนมานย่า วิดิช กองหลังกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระตุ้นเพื่อนผ้องแข้ง "ปีศาจแดง" อย่าไปจ่อมจมกับความผิดหวังที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 อดเข้ารอบชิงชะเลิศเอฟเอ อัพ หมดโอกาสลุ้นคว้า 3 แชมป์แบบปี 1999 ในเกมรอบตัดเชือก ที่ เวมบลีย์ วันเสาร์ที่ 16 เมษายน  ที่ผ่านมา เพราะถ้าจะทำแบบนั้นสู้เอาเวลามามุ่งมั่นตั้งสมาธิ แก้ตัว และชดเชยสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วยการซิวแชมป์ลีกสมัย 19 ดีกว่า

        วิดิช กระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมหันมามุ่งมั่นเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ให้ได้ในเกมลีกวันอังคารนี้ โดยกล่าวว่า "เราเล่นหลายเกมในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และเกมหน้าเราต้องไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ซึ่งเป็นเกมยากเกมหนึ่ง ตอนนี้เราต้องลืมเกมกับ ซิตี้ และหันมามีสมาธิกับการคว้าแชมป์ลีกแทน มันไม่ง่าย แต่เราต้องงัดฟอร์มออกมา เล่นฟุตบอลที่ดี และพยายามคว้าแชมป์ลีกมาครองให้ได้"

        ขณะ เดียวกัน วิดิช ยอมรับว่าทีมแพ้วันนี้เพราะฟอร์มครึ่งหลังไม่เอาอ่าวจริงๆ "เรามีโอกาส 2-3 ครั้งในครึ่งแรก แต่ยิงไม่ได้ ส่วนพวกเขามีโอกาสแค่จากการยิงไกล แต่ประตูของพวกเขาก็ทำให้เราอดเล่นนัดชิงฯ เราเล่นไม่ดีในครึ่งหลัง เกมมันเปิดมากขึ้น พวกเขาตั้งเกมสูงขึ้น และยิงได้ เรามีโอกาสดีๆ ทางกราบขวา ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ เราคุยกันเรื่องสมาธิ แต่วันนี้เราสมาธิไม่ดีพอ"   

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

หมูก็ใจดีนะ!ให้เด็กป่วยจุ๊บถึงสนามซ้อมผี

แม้ว่าจะโดนเอฟเอเล่น งานจากข้อหาสบถออกสื่อด้วยโทษแบน 2 เกมจนพลาดเกมรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันเสาร์นี้ไปก็ตาม แต่เวย์น รูนี่ย์ก็ยังมีมุมน่ารักให้เห็นอยู่เช่นกัน

แจ็ค มาร์แชลเจ้าหนูวัย 5 ขวบที่ถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกในสมองนั้นได้เดินทางไปยังสนามซ้อมของสโมสรแมน เชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเข้าพบกับนักเตะที่เขาชื่นชอบมากที่สุด

“ผมอยากที่จะจูบคุณ เวย์น ผมคิดว่าคุณคือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก” เจ้าหนูใจหาญเกินเด็กกล่าวก่อนที่จะหอมแก้มขวัญใจของเขา

ทริปครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะการจัดการของริโอ เฟอร์ดินานด์ที่ใช้เวลาร่วมกับแจ็คและครอบครัวมาในช่วงก่อนหน้านี้ คุณแม่ของแจ็ค เทรซี่ย์และเคร็กพ่อของเขาต่างก็ลงรูปในทวิตเตอร์เพื่อเผยให้เห็นถึงภาพความ ประทับใจในครั้งนี้ด้วย













ขอ patch หน่อยครับ!สโมสรผู้ดีแบนดาวรุ่งใส่สตั๊ดสีจี๊ด

สั่งปฏิวัติกันแล้ว เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,ซันเดอร์แลนด์และอีกหลากหลายสโมสรออกกฏแบนห้ามดาวรุ่งใส่รองเท้า สตั๊ดสีสันแสบตาและบีบให้กลับไปใช้สีดำแบบรุ่นน้าแทน

ซูเปอร์สตาร์อย่างคริสติอาโน่ โรนัลโด้,ลีโอเนล เมสซี่และเวย์น รูนีย์ใช้รองเท้ารุ่นต่างๆที่ตัวเองเป็นสปอนเซอร์อยู่โดยมีสีทรมานใจคนแก่ แถมรุ่นล่าของ"โด้จิ๋ว"พิสดารถึงขนาดมีกาบเพชรอันลือลั่นอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตามสตีฟ บรูซบิ๊กบอสซันเดอร์แลนด์บอกว่าดาวรุ่งควรเริ่มต้นจากการใส่รองเท้าสีดำ เนื่องจากพ่อแม่ยังคงต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อยู่

ความคิดนี้ของบรูซได้รับการสนับสนุนจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่เหล่านักเตะอคาเดมี่จะอนุญาต้ให้ใช้รองเท้าสีดำและไม่มีปุ่ม แบบคมมีดซึ่งมิดเดิลสโบรห์ก็ได้ปฏิบัติคล้ายคลึ่งกันรวมไปถึงเอฟเวอร์ตันที่ ให้ดาวรุ่งในอคาเดมี่ใส่สตั๊ดสีดำเท่านั้น

"มันเหมือนขนมหวานในร้านขายของ รองเท้าสีแสบตา,ทำให้เด็กๆยิ่งอยากได้แต่จริงๆแล้วรองเท้าเป็นกลยุทธิ์ในการ ค้ามันไม่ได้ทำให้ใครที่ใส่แล้วเล่นเก่งขึ้นหรือห่วยลงแต่อย่างใด"บรูซพูด อย่างน่าฟัง

"เอาไว้คุณขึ้นชุดใหญ่ก่อนหรือมีสปอนเซอร์ส่วนตัวตอนนั้นก็ค่อยมาใส่รองเท้าตามที่ต้องการ"

"เมื่อพูดถึงอคาเดมี่มันจะเป็นอีกคนละเรื่องเมื่อคุณเล่นในสนามและเตะตาด้วยฝีเท้าไม่ใช่รองเท้าที่ใส่"

ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดสมัยยุค 80 และ 90 บรูซไม่ได้รับอนุญาตให้ใส่รองเท้าที่นักเตะส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ ณ ตอนนี้เลย

"เวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว"บรูซในวัย 50 กล่าวเสริมต่อ

"ตอนนี้เด็กๆอยากได้รองเท้าสีสันที่พวกฮีโร่เค้าใส่กันแต่มันเป็นโลกที่ แปลกๆสำหรับผมนะ คุณนึกภาพผมใส่รองเท้าสีเหลือลงสนามให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกหรือเปล่าล่ะ?"




โรนัลโด้เจ้าพ่อพรีเซนเตอร์รองเท้าแห่งยุค



ในอดีตมีอลัน บอลล์นี่แหละที่เกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมอาชีพด้วยรองเท้าสีขาว

แฟชั่น...ฟลอร็องค์ มาลูด้า(ซ้าย),ซลาทาน อิบราฮิโมวิช(ขวา)

อาลัยรักจากแฟน...ฮาร์กรีฟส์รูดม่านผีจ่อเขี่ยทิ้ง

โอเว่น ฮาร์กรีฟขึ้นทำเนียบนักเตะจอมอาภัพเต็มตัวหลังเจ็บซ้ำซากหมดสิทธิ์ลงสนาม ทั้งฤดูกาลที่เหลือและกำลังจะเป็นอดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทันทีที่ฤดูกาลนี้สิ้นสุดลง

ดาวเตะวัย 30 ปีลงสนามให้"ปีศาจแดง"ไปแค่ 27 นัดนับตั้งแต่ย้ายมาจากบาเยิร์น มิวนิคเมื่อปี 2007 ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์และหลังทำผลงานได้ค่อนข้างดีด้วยสไตล์การเล่นที่ดดันและมีทีเด็ด ตรงลูกนิ่งจนเป็นหนึ่งในทีมชุดคว้าแชมป์ยุโรป

อย่างไรก็ตามฮาร์กรีฟส์ที่หายไปเป็นปีหลังต้องผ่าตัดหัวเข่าสองครั้งกลับมา ลงสนามเป็นตัวจริงหนแรกนับตั้งแต่ 2008 อย่างเซอร์ไพรซ์ในนัดพบวูลฟ์แฮมป์ตันเมื่อเดือนพฤศจิกายนแต่อยู่แค่ 5 นาทีต้องเดินออกจากสนามท่ามกลางความงุนงงของแฟนบอลจากอาการเจ็บเอ็นหลังหัว เข่า

ตอนนี้อดีตแข้ง"พี่เสือ"ซึ่งเกิดในประเทศแคนาดาเจ็บหัวไหล่จนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันไม่เชื่อว่าจะฟื้นตัวกลับมาช่วยทีมได้อีกแล้ว

การที่ฮาร์กรีฟส์เจ็บจนลงสนามในฤดูกาลนี้ไม่ได้ทำเก่าฆ่าตัวตายเพราะสัญญา ของเขากำลังหมดลงในซัมเมอร์นี้ซึ่งตามหลักแล้วนักเตะที่เรื้อสนามไปนานหรือ คนที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนได้สัญญาใหม่ซึ่งเกิดขึ้นยากมากภายใต้การ บริหารงานของตระกูลเกลเซอร์ที่จะเลี้ยงนักเตะที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้ทีมแต่ รับค่าเหนื่อยมหาศาล

"ผมมองไม่เห็นลู่ทางใดๆเลย"เฟอร์กี้เผย

"มันเป็นอาการบาดเจ็บที่ไหล่ มันทำให้ฤดูกาลนี้ของเขาจบลงแล้ว"

"เขามีแต่ความอับโชคนับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ผมมั่นใจว่าเขาจะไม่ได้กลับมาลงเล่นอีกแล้วในฤดูกาลนี้"

"สัญญาของเขากำลังหมดลงในซัมเมอร์นี้แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

"เดวิด กิลล์ก็ได้คุยกับเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนแต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เราต้องตัดสินใจกันอีกที"